Page 627 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 627

O6

                         การวิเคราะห์ข้อมูล : ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ นำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นค่าความถี่ และ

                  ค่าร้อยละ ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน (SD) ใช้ Paired t test เปรียบเทียบ
                  ค่า BI ก่อนและหลังการฟื้นฟูและ ด้วย Chi-Square Test ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการถึงบริการ

                  กับผลลัพธ์การฟื้นฟู

                  ผลการศึกษา

                         ผู้ป่วย 263 คน มีอายุเฉลี่ย 64.70±15.67ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 54.0  และป่วยด้วยโรค

                  หลอดเลือดสมองอุดตันร้อยละ 41.1 คะแนน Barthel index เฉลี่ยก่อนและหลังฟื้นฟูคือ 31.55 ± 22.82
                  และ 77.41± 27.14 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.01) โดยร้อยละ 83.7

                  ของผู้ป่วยมีระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่ดีขึ้น มีผู้ป่วยที่มีระดับความสามารถที่ช่วยเหลือ
                  ตนเองได้ทั้งหมด (BI 95 -100) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0 ก่อนฟื้นฟู เป็นร้อยละ 41.1 หลังการฟื้นฟู

                         การจัดบริการเพื่อการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยระยะกลางในจังหวัดสระบุรีมี 5 รูปแบบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่

                  ร้อยละ 76.0 ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้านซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ป่วยเข้าถึงมากที่สุดและมีการให้บริการมาก
                  ที่สุดคือ 698 ครั้ง และเป็นรูปแบบที่สัมพันธ์กับผลความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่ดีขึ้นอย่างมี

                  นัยสำคัญทางสถิติ (p=.006) รูปแบบอื่นได้แก่ การฟื้นฟูแบบผู้ป่วยนอก การฟื้นฟูแบบผู้ป่วยใน
                  Intensive care rehabilitation (bed/ward) และการฟื้นฟูที่ศูนย์ร่วมสุข มีผู้ป่วยเข้าถึงบริการร้อยละ

                  39.9 20.5 และ 9.1 ตามลำดับ และไม่มีผู้ป่วยใช้บริการคลินิกเอกชน ร้อยละ12.2 ของผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการ

                  มากกว่า 3 รูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่ คือ การฟื้นฟูแบบผู้ป่วยนอกร่วมกับการฟื้นฟูที่ศูนย์ร่วมสุขและที่บ้าน
                         จำนวนครั้งเฉลี่ยของการรับบริการคือ 8.53 ± 7.74 ครั้ง ค่าประสิทธิผลการฟื้นฟูเฉลี่ยร้อยละ 69.28

                  ± 36.56 และค่าประสิทธิภาพการฟื้นฟูเท่ากับ 6.00 (IQR 3-11)

                   อภิปรายผล

                         จากการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยระยะกลาง 4 กลุ่มโรค หลังเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพครบ 6 เดือน

                  มีค่าคะแนนในการทำกิจวัตรประจำวัน (Barthel Index) เพิ่มขึ้นก่อนการได้รับการฟื้นฟูอย่างมีนัยสำคัญ
                  ทางสถิติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยมีหลากหลายรูปแบบทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้า

                  รับบริการได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ สอดคล้องตามบริบทและความต้องการของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับ

                  บริการอย่างเข้มข้นและเพียงพอเหมาะสมกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากนี้ได้มีการศึกษาเพิ่ม พบว่า
                  การเยี่ยมบ้านซึ่งเป็นบริการแบบเชิงรุกช่วยทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น

                  ซึ่งการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาที่ผ่านมา (รัชนี ทองเสภี, 2563; สุทธิกิตต์ พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์, 2563)
                         ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ป่วยหลังเข้ารับการฟื้นฟูมีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้นจาก

                  การเข้ารับบริการแบบผสมผสานจาก 5 รูปแบบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้ป่วยมีหลายช่องทางในการเข้ารับบริการ

                  ทำให้ความถี่ของการเข้ารับการฟื้นฟูเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสุทธิกิตต์ พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์
                  (2563)     ผลการศึกษายังพบว่าการเยี่ยมบ้านซึ่งถือว่าเป็นระบบบริการเชิงรุกมีจำนวนการรับบริการมากที่สุด

                  เพราะเอื้อต่อการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยในชุมชนซึ่งมีข้อดีทำให้ลดภาระการเดินทางของผู้ป่วยและครอบครัว
   622   623   624   625   626   627   628   629   630   631   632