Page 704 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 704
Q3
13. การทำ Discharge Plan ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและวัณโรค เพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง
14. สำรวจและอบรมเพื่อลดการตีตราในบุคลาทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อ
ระยะที่ 2 : นำระบบลงสู่การปฏิบัติโดยทำทุกหน่วยงานทั้งแผนกผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ทั้ง รพ.
มหาราชนครราชสีมา โดยกำหนดตัวชี้วัดคือ 95-95-95
ระยะที่ 3: ผลการศึกษาพบว่าปี 2567 มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 4,777 ราย ผลการดำเนินงาน 97-96-95 คือ
อัตราผู้ติดเชื้อรู้สถานะตนเอง 97.2% การตรวจ anti-HIV ในกลุ่มเป้าหมายหลัก (คู่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, ผู้ติดเชื้อ
STI, คู่หญิงตั้งครรภ์, และผู้ติดเชื้อวัณโรค) เพิ่มเป็น 95% อัตราผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษา 96% และ
อัตราผู้ติดเชื้อที่รักษาแล้วสามารถกดไวรัสได้ 95% ผู้ติดเชื้อขาดนัดและขาดยาลดลงเหลือ 1.9% โรงพยาบาล
ชุมชนเข้าร่วมโครงการประกันสังคมรับยาใกล้บ้าน 87% สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 324 ราย ทุกคนทราบผล
ตรวจภายในวันเดียวกัน เข้าสู่กระบวนการรักษา 96.3% และกดไวรัสได้ 95.1% การส่งต่อสำเร็จ 90%
ผู้ป่วยเสียชีวิตหลังเริ่มยา 6.9% มีการสำรวจและอบรมเรื่องการตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีในเจ้าหน้าที่ 1,513 คน และ
ผู้ติดเชื้อ 200 คน และใช้ข้อมูลที่ได้มา feedback ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอชไอวีในบุคลากรทางการแพทย์
เพื่อลดการตีตรา ระหว่างการดำเนินงานมีการประชุมและพัฒนาระบบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทีมสหวิชาชีพ
มีสัมพันธภาพที่ดีและมีความมุ่งมั่นช่วยให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จด้วยดี นอกจากนี้ทีมผู้วิจัย
ได้เผยแพร่ระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบให้แก่โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 9 ผ่านการประชุม online

