Page 725 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 725
Q24
2. เกณฑ์การคัดออก:
1. ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับในระดับรุนแรงก่อนการศึกษา
2. ผู้ป่วยที่มีภาวะอาการทางกายทรุดลง เช่น ผู้ป่วยในภาวะวิกฤต
วิธีการดำเนินการศึกษา
1. โปรแกรมในการเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดแผลกดทับ:
1.1 การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่การพยาบาลให้มีทักษะในการดูแลและป้องกันแผลกดทับ
1.2 การจัดทำแผนการเปลี่ยนอิริยาบถของผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง
1.3 การใช้นาฬิกามีชีวิตช่วยในการเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดแผลกดทับ
1.4 การเฝ้าระวังและบันทึกการเกิดแผลกดทับทุกวันในระหว่างการรักษา
2. กลุ่มควบคุม: ผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานทั่วไป
วิธีการเก็บข้อมูล
ข้อมูลเบื้องต้น: เช่น อายุ เพศ การวินิจฉัยโรค ภาวะความเสี่ยง
ข้อมูลผลลัพธ์: การเกิดแผลกดทับในระหว่างการรักษา การวัดความรุนแรงของแผลกดทับ
(ใช้เกณฑ์ของ NPUAP)
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อคำนวณค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการแจกแจงความถี่
- ใช้การทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มโดยใช้ t-test หรือ chi-square เพื่อเปรียบเทียบ
การเกิดแผลกดทับระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมและกลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรม
ผลการศึกษา
จากการศึกษา พบว่าในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการเฝ้าระวังและป้องกันแผลกดทับมีอัตราการเกิด
แผลกดทับต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) โดยในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรม
มีการเกิดแผลกดทับในระดับที่ต่ำกว่าและมีการป้องกันแผลกดทับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อภิปรายผล
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมการเฝ้าระวังและป้องกันแผลกดทับสามารถลดการเกิดแผลกด
ทับในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและการให้ความสำคัญกับ
การเปลี่ยนอิริยาบถสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่า
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างดีมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วย
สรุปและข้อเสนอแนะ
การเฝ้าระวังและป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยตึกพิเศษอายุรกรรมมีผลในการลดการเกิดแผลกดทับและ
สามารถปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นควรพัฒนาโปรแกรมการเฝ้าระวังและป้องกัน
การเกิดแผลกดทับให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
และการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วย

