Page 736 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 736

R10

                     ประสิทธิผลการใช้ Respiratory Nursing Alarm sign เพื่อป้องกันภาวะหายใจล้มเหลว

                  ในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระยะเฉียบพลัน กลุ่มงานศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลอุดรธานี



                                                                                             นางเจียระไน ใจวัน
                                                                              โรงพยาบาลอุดรธานี เขตสุขภาพที่ 8
                                                                                                         ประเภท วิชาการ



                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังและมีภาวะการหายใจล้มเหลวส่งผลกระทบไม่เฉพาะต่อตัวผู้ป่วย แต่รวมถึง
                  ญาติและครอบครัวที่ต้องให้การดูแลด้วย อย่างไรก็ตามยังมีวิธีการป้องกันการเกิดภาวะหายใจล้มเหลว

                  จากปัญหาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังที่มีประสิทธิภาพทั้งในและต่างประเทศโดยใช้แบบประเมิน Respiratory

                  Nursing Alarm signs ช่วยให้พยาบาลมีแนวทางในการประเมินความเสี่ยงดังกล่าว ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง
                  และมีภาวะการหายใจล้มเหลว จากสถิติหอผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังโรงพยาบาลอุดรธานี ปี 2562 – 2566

                  คิดเป็นร้อยละ 5.67, 1.56, 0.49, 8.33 และ 4.44 ตามลำดับ ซึ่งผู้ป่วยเกิดภาวะหายใจล้มเหลวแล้วส่วนใหญ่
                  ไม่สามารถหย่าเครื่องช่วยหายใจได้จำเป็นต้องรักษาโดยการเจาะท่อหลอดลมคอ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย

                  700,000 - 1,200,000 บาท/คน/ปี ในปี 2562 – 2565 มีผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระดับคอที่รับรักษา

                  ในหอผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง ทั้งสิ้น 425 ราย (ร้อยละ 13.93) วิธีการป้องกันการเกิดภาวะหายใจล้มเหลว
                  จากปัญหาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังที่มีประสิทธิภาพทั้งในและต่างประเทศมีการใช้แบบประเมิน Respiratory

                  Nursing Alarm signs ช่วยให้พยาบาลมีแนวทางในการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวซึ่งผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง

                  ระดับคอที่มีคะแนนความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ไม่ต้องได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจสามารถลดภาวะแทรกซ้อน
                  ในระบบทางเดินหายใจและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิผล


                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                                เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้ Respiratory Nursing Alarm sign ในการป้องกันภาวะหายใจ

                  ล้มเหลวในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระยะเฉียบพลัน เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้และทักษะพยาบาล ความ
                  พึงพอใจในการใช้แนวปฏิบัติ คุณภาพแนวทางการพยาบาลและอุบัติการณ์การเกิดภาวะหายใจล้มเหลวในผู้ป่วย

                  บาดเจ็บไขสันหลังระยะเฉียบพลันภายหลังการใช้แนวทางการพยาบาล

                  วิธีการศึกษา

                         กระบวนการ (Process) เป็นการนำฐานคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

                  (Continuous Quality Improvement : CQI) ของ PDCA (PDCA Cycle) หรือวงล้อ Deming (Deming cycle)
                  เป็นเครื่องมือใช้ในการนำแนวปฏิบัติทางการพยาบาลไปใช้และปรับปรุงงานคุณภาพ มาเป็นกรอบในขบวนการ

                  ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องประกอบด้วย การวิเคราะห์ปัญหาและการวางแผน (Plan) การลงมือปฏิบัติ (Do)
                  การประเมินผล (Check) และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Act) ทั้งหมด 2 วงรอบ ดังนี้
   731   732   733   734   735   736   737   738   739   740   741