Page 732 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 732
R6
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2566 โรงพยาบาลสูงเม่นได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จและเขตสุขภาพที่ 1 เริ่มนโยบายโครงการ
one hospital one province จึงเป็นโอกาสดีทีมศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์จากโรงพยาบาลแพร่ได้มาเริ่มพัฒนา
ทีมผ่าตัดที่โรงพยาบาลสูงเม่นให้สามารถเริ่มผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมข้างเดียวได้ตั้งแต่ 12/5/2566 -
7/3/2568 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปแล้วจำนวนมากกว่า 110 ราย
โดยใช้แนวทาง ERAS protocols ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลแพร่มาปรับใช้ที่โรงพยาบาลสูง
เม่น ต่อได้เลย ดังนี้
1. การเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนผ่าตัด (pre-operative optimization), prehablilitation control
underlying disease, DM : HbA1C <8, BP <140/90, albumin >3.5, Hb >13% in male, >12% in
female, get rid of infection
2. ใช้กระบวนการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดให้ฟื้นตัวเร็วด้วยโปรแกรม ERAS (Enhanced Recovery After
Surgery) เพื่อลด Surgical stress response ทั้ง psychology & physical stress
3. Proactive prophylaxis complications : SSI (Surgical Site Infection), N&V, surgical blood loss,
pain
4. Modern pain management : pre-emptive analgesia, opioid sparing analgesia, Peripheral nerve
block (adductor canal block, iPACK block), high dose steroid
5. PBM (Patient Blood Management)
แนวทางดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานทำให้เกิดการแพทย์แบบเน้นคุณค่า (VBHC : Value Based
Healthcare) ทำให้ผลลัพธ์การรักษาพยาบาลในมิติต่าง ๆ ดีขึ้น ทั้งผลลัพธ์ด้านการรักษาพยาบาลทำให้ผู้ป่วย
ฟื้นตัวเร็วเพราะปวดแผลผ่าตัดน้อยไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น คลื่นไส้อาเจียน, เสียเลือดน้อยจนไม่มีการให้เลือด
เลยหลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถเดินกลับบ้านได้เร็วภายในวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัดทำให้ลดวันนอนโรงพยาบาล
ลดการใช้ทรัพยากร ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและงานของบุคลากรทางการแพทย์ลงทำให้โรงพยาบาลมี
ชื่อเสียง กองทุนสุขภาพควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้โปรแกรมฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัด (Enhanced Recovery After Surgery)
ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมข้างเดียวจะเป็นปัจจัยพื้นฐาน นำไปสู่การแพทย์แบบเน้นคุณค่าได้ทำให้ผลลัพธ์
ในการรักษาดี ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงปกติสามารถประหยัดการใช้ทรัพยากรและค่ารักษาพยาบาลลง
และสามารถนำมาต่อยอดประยุกต์ใช้ได้ผลดีในโรงพยาบาลชุมชนที่พร้อมพัฒนาให้ยกระดับเป็นศูนย์การผ่าตัดเฉพาะ
ทางได้ในอนาคต
วิธีการศึกษา
เก็บข้อมูล retrospective cohort study เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์การรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะ
สุดท้าย โดยวิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมข้างเดียว (unilateral Total Knee Replacement) ที่เคยได้รับการรักษา
โดยวิธีอนุรักษ์ แต่ไม่ได้ผลมากกว่า 1 ปี
ในช่วงเวลา 12/5/2566 - 7/3/2568 จำนวนผู้ป่วย 220 รายใน 2 โรงพยาบาล (โรงพยาบาลแพร่ 110
ราย และโรงพยาบาลสูงเม่น 110 ราย)
โดยการเปรียบเทียบข้อมูลด้านพื้นฐาน เพศ, อายุ, ASA classification, BMI, ค่าโปรตีนในเลือดก่อน
ผ่าตัด, ค่าความเข้มข้นของเลือดก่อนและหลังผ่าตัด

