Page 737 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 737
R11
วงรอบที่ 1
1. ขั้นตอนวางแผน (Plan) ศึกษาปัญหาผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระยะเฉียบพลันพบว่า อุบัติการณ์
การเกิดภาวะหายใจล้มเหลวปี 2562 – 2566 คิดเป็นร้อยละ 5.67, 1.56, 0.49, 8.33 และ 4.44 ตามลำดับ
จากการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า การใช้แบบประเมิน Respiratory Nursing Alarm signs ในผู้ป่วยบาดเจ็บ
ไขสันหลัง สามารถทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระดับคอที่มีคะแนนความเสี่ยงปานกลางถึงสูงต่อการเกิดภาวะ
หายใจล้มเหลวไม่ต้องได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ ปลอดภัยจากภาวะวิกฤติของชีวิตสามารถลดภาวะแทรกซ้อน
ในระบบทางเดินหายใจและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิผล เป็นเครื่องมือที่ทีมพยาบาล
สามารถใช้สื่อสารในการดูแล และจัดการความเสี่ยงในระบบทางเดินหายใจที่จะคุกคามชีวิตผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
2. ขั้นตอนลงมือปฏิบัติ (Do) นำแบบประเมิน Respiratory Nursing Alarm signs มาใช้ในผู้ป่วย
บาดเจ็บไขสันหลังในระยะเฉียบพลัน ในหอผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง
3. การประเมินผล (Check) ติดตามประเมินผลการใช้ Respiratory Nursing Alarm signs พบว่า
แม้จะเป็นแนวปฏิบัติที่ดีแต่ในการใช้มีความยุ่งยาก ซับซ้อน พยาบาลต้องมีความรู้เฉพาะทางการดูแลผู้ป่วย
บาดเจ็บไขสันหลัง และต้องมีการนิเทศติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพยาบาลวิชาชีพทั้งหมด 14 คน
ระดับ Novice จำนวน 1 คน ระดับ Advance Beginer จำนวน 5 คน Competent จำนวน 1 คน Proficient
จำนวน 4 คน และระดับ Expert จำนวน 3 คน ระดับต่ำกว่า Competent คิดเป็น 42.85% จึงทำให้การใช้
เครื่องมือไม่มีประสิทธิภาพและไม่ต่อเนื่อง
4. ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Act) ให้ความรู้โดยการจัดประชุมสาธิตในเรื่องการใช้เครื่องมือ
มีการทำข้อสอบ Pre-Post test และติดตามผล
วงรอบที่ 2
1. ขั้นตอนวางแผน (Plan) นำผลการทบทวนปัญหา คือ พยาบาลยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้แบบประเมิน
มาออกแบบการให้ความรู้ การนิเทศติดตาม การกำกับ การใช้แบบประเมิน
2. ขั้นตอนลงมือปฏิบัติ (Do) การนำแบบประเมินมาใช้จริงกับผู้ป่วย จำนวน 30 คน และกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ
จำนวน 14 คน มีการออกแบบการเก็บข้อมูลเป็นงานวิจัยการศึกษาผลของการใช้ Respiratory Nursing
Alarm signs เพื่อป้องกันภาวะหายใจล้มเหลวในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระยะเฉียบพลัน กลุ่มงานศัลยกรรม
ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลอุดรธานี
3. การประเมินผล (Check) พบว่า พยาบาลมีความรู้เพิ่มขึ้นและอยู่ระดับดีความพึงพอใจของพยาบาล
ต่อการใช้แนวปฏิบัติในภาพรวมอยู่ระดับพึงพอใจมาก และกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย จำนวน 30 ราย มีอุบัติการณ์
การเกิดภาวะหายใจล้มเหลว จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.7
4. ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Act) ติดตามการใช้แนวปฏิบัติพบว่า มีการใช้อย่างต่อเนื่องกับผู้ป่วย
บาดเจ็บไขสันหลังทุกรายและพบผลลัพธ์ที่ดีกับผู้ป่วย

