Page 800 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 800
T27
ผลของโปรแกรม SENA PPS ต่อความถูกต้องและความพึงพอใจในการประเมิน PPS
ผู้ป่วยประคับประคอง โรงพยาบาลเสนา
พว.สันธนา เนียมโภคะ, พว.นงลักษณ์ มณีรอด และคณะ
โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตสุขภาพที่ 4
ประเภท วิชาการ
1.ความส าคัญของปัญหา
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์มีประชากรสูงวัยเพิ่มสูง20%ของประชากรทั้งหมด
ทำให้มีผู้สูงอายุมากถึง14ล้านคนส่งผลให้มีผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นแนวโน้ม
ผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (WHO, 2024.) โดยพบเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งมากสุด
30% รองลงมาคือโรคหลอดเลือดสมอง 17% โรคไต 11% โรคหัวใจ 10% และโรคทางเดินหายใจ 5 (HDC, 2567)
พบจำนวนผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองในประเทศไทย ปี 2565 จำนวน 196,286 ปี 2566 จำนวน
307,160 และปี 2567 จำนวน 255,591 ราย ตามลำดับ โรงพยาบาลเสนาเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ให้การรักษาผู้ป่วย
ระยะวิกฤตและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อนจากสถิติจำนวนผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จำนวนผู้ป่วยระยะสุดท้ายในปี พ.ศ.2565 - 2567 จำนวน 100, 110 และ 154 ราย ตามลำดับ ทีมดูแลผู้ป่วย
ประคับประคองจึงกำหนดหลักคิดและแนวทางการดำเนินงานในรูปแบบ SENA call for hope ซึ่งมีแนวทาง
ดังนี้
SENA = SENA PPS พัฒนาโปรแกรมที่ช่วยให้ทีมดูแลรักษา ลดความผิดพลาดในการประเมินผู้ป่วย
โดยญาติมีส่วนร่วมในการประเมินผู้ป่วยประคับประคองทุกรายได้อย่างถูกต้อง สื่อสารตรงกัน
Call = การสื่อสารผ่าน Telemedicine, Telenursing เพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจรักษา ลดอุปสรรค
การสื่อสารผู้ป่วยและญาติสามารถรับคำปรึกษาจากทีมประคับประคองโดยตรง
H = Health literacy ส่งเสริมให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในเรื่องของการดูแล
แบบประคับประคอง ให้มีความรู้ เข้าถึง เข้าใจ มีการตัดสินใจวางแผนกำหนดทางเลือกที่เหมาะสม
O = Ownership ยึดหลัก Patient center care ให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของชีวิตตนเอง
มีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง (Self - management)
P = Painless หรือ less pain เป้าหมายเพื่อจัดการอาการรบกวน ให้ผู้ป่วยมีความสุขสบายลดความ
ทุกข์ทรมานและความเจ็บป่วย โดยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการบริหารยาทั้งที่บ้านและโรงพยาบาล
E= End of life care ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว เตรียมความพร้อมด้าน
ร่างกาย จิตใจ ส่งผลให้เกิดการตายดี และสงบในวาระสุดท้าย อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
จากหลักคิดและหลักการทำงานดังกล่าว พบปัญหาการประเมินผู้ป่วยโดยใช้แบบประเมิน PPS
เนื่องจากข้อจำกัดด้านบุคลากรแพทย์และพยาบาลประคับประคองไม่สามารถขึ้นปฏิบัติงานได้ทุกวัน การประเมิน
ขาดความต่อเนื่อง ผู้ประเมินที่เป็นบุคลากรทั่วไปไม่สามารถประเมินได้ อีกทั้งญาติที่ดูแลผู้ป่วยที่บ้านมักให้ข้อมูล
และสื่อสารกับทีมดูแลได้ไม่ถูกต้อง เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพยากรณ์โรคและความต้องการ

