Page 817 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 817
T44
ในด้านมูลค่ายานั้นมีการลดลงเช่นกัน โดยจากข้อมูลก่อนการศึกษา พบว่าผู้ป่วยมีค่าใช้จ่ายด้านยาประมาณ
890 บาทต่อรายต่อเดือน และลดลงเหลือเฉลี่ย 560 บาทภายหลังการถอนยา โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติ (p = 0.002) โดยรายการยาที่มีแนวโน้มถูกถอนมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ Simvastatin
(ร้อยละ 61.75), Aspirin (ร้อยละ 48.90) และmetformin (ร้อยละ 39.48)
5. อภิปรายผล
จากผลการศึกษานี้พบว่า การนำระบบประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในผู้ป่วยระยะ
ประคับประคองตามแนวทาง OncPal มาใช้เป็นระบบประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในผู้ป่วยระยะ
ประคับประคอง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลลัพธ์นี้สอดคล้องกับการศึกษาของ
Tiwari et al. (2022) ที่สรุปว่าการถอนยาอย่างเป็นระบบในผู้ป่วยระยะท้ายสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต
โดยไม่เพิ่มอัตราการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อน ในด้านความปลอดภัยพบอาการไม่พึงประสงค์จากยาลดลง
แสดงให้เห็นว่าระบบประเมินนี้ช่วยคัดกรองยาที่เสี่ยงและไม่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอาการ
เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และเบื่ออาหารซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้ป่วยระยะท้าย ผลลัพธ์นี้สนับสนุนการศึกษา
โดย Chan et al. (2020) ซึ่งพบว่า deprescribing ในระบบ palliative home care ช่วยลดการเกิด ADRs
และลดการเข้ารับบริการฉุกเฉินอย่างมีนัยสำคัญ ในด้านจำนวนยาที่ใช้ พบว่าลดลงอย่างชัดเจนซึ่งเป็นแนวโน้ม
ที่สอดคล้องกับการศึกษาของ Santos et al. (2023) ในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแสดงให้เห็นว่า deprescribing
intervention สามารถลด polypharmacy ได้โดยไม่กระทบต่อการควบคุมอาการ และยังช่วยลดภาระ
ของผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านยาที่ลดลงสนับสนุนผลการศึกษาของ Haider et al.
(2021) ที่รายงานว่า deprescribing ในกลุ่มผู้สูงอายุสามารถลดจำนวนยาเฉลี่ย 2–3 รายการต่อราย และลดค่าใช้จ่าย
ทางยาได้ในระยะยาว โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงทางคลินิก รายการยาที่ถูกถอนมากที่สุด ได้แก่ simvastatins,
aspirin, และ metformin ซึ่งตรงกับแนวทาง OncPal และสอดคล้องกับการศึกษาทบทวนของ Pereira et al. (2021)
ที่ระบุว่าเครื่องมือนี้สามารถลดการใช้ยา long-term preventive ที่ไม่จำเป็นในระยะใกล้เสียชีวิตได้และใช้
งานง่ายในโรงพยาบาลขนาดเล็ก
6. สรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป จากผลการศึกษานี้พบว่า ระบบประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในผู้ป่วยระยะ
ประคับประคองเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และสามารถประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชน
ของประเทศไทยได้อย่างเป็นระบบ ทั้งในการลดจำนวนยา ลด ADRs เพิ่มคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการใช้
ทรัพยากรอย่างสมเหตุผลและยั่งยืน
ข้อเสนอแนะ
1. ควรพัฒนาแบบฟอร์มประเมินให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อความสะดวกในการใช้งานและติดตาม
2. ควรมีระบบติดตามผลลัพธ์ของการถอนยาในระยะยาว
3. ควรเปรียบเทียบผลของ OncPal กับแนวทางอื่น เช่น STOPP-Frail ในแง่ของความแม่นยำ
และความเหมาะสมในบริบทไทย

