Page 816 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 816

T43

                  3. วิธีการศึกษา

                         การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) โดยใช้การออกแบบ
                  แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการแทรกแซง (One-Group Pretest-Posttest Design) ซึ่งมีวัตถุประสงค์

                  เพื่อประเมินผลของการนำระบบการประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในผู้ป่วยระยะประคับประคอง

                  ตามแนวทาง OncPal โดยการเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการดำเนินการ ได้แก่ คุณภาพชีวิต
                  อาการไม่พึงประสงค์จากยา จำนวนรายการยา และมูลค่ายาของผู้ป่วย

                         ผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็นผู้ป่วยระยะประคับประคองที่เข้าเกณฑ์และสามารถประเมินตามแบบฟอร์ม
                  ได้อย่างครบถ้วน จำนวน 40 ราย ซึ่งได้รับการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้ป่วย

                  ที่เข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ใน 1 ตุลาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568

                  ซึ่งผู้ที่ได้รับยามากกว่า 5 รายการ อยู่ในระยะท้ายของโรค (End-stage / Terminal phase) และยินยอมเข้า
                  ร่วมการประเมินและติดตาม ซึ่งการเก็บข้อมูลดำเนินการสองช่วง ได้แก่ ก่อนการใช้ระบบประเมิน (Pretest)

                  และหลังการดำเนินการถอนยา (Posttest) โดยห่างกัน 2 สัปดาห์ โดยใช้เครื่องมือวิจัยในรูปแบบของ
                  แบบสอบถาม ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพชีวิต Thai-HRQOL-Palliative, แบบฟอร์มบันทึกจำนวนรายการยา

                  และมูลค่ายา, แบบฟอร์มประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา (ADRs Checklist) และแบบฟอร์มประเมิน

                  ความเหมาะสมของการใช้ยา (OncPal Deprescribing Tool) โดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย
                  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ Wilcoxon signed-rank test โดยกำหนดค่านัยสำคัญ

                  ทางสถิติที่ค่า p<0.05

                  4. ผลการศึกษา

                         กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการศึกษา จำนวน 40 ราย มีอายุเฉลี่ย 68.42 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ

                  62.50) และมีโรคประจำตัวหลัก ได้แก่ มะเร็งระยะท้าย (ร้อยละ 55.00), โรคปอดอักเสบ (ร้อยละ 25.00),
                  และโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (ร้อยละ 20.00) หลังจากดำเนินการใช้ระบบประเมินความเหมาะสมของการใช้

                  ยาตามแนวทาง OncPal กับผู้ป่วยทั้งหมด  พบว่าคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                  โดยจากการประเมินด้วยแบบสอบถาม Thai-HRQOL-Palliative คะแนนเฉลี่ยก่อนการถอนยาคือ 66.40 คะแนน
                  และเพิ่มขึ้นเป็น 78.90 คะแนนหลังจากถอนยา โดยการเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p < 0.001

                  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ และความพึงพอใจต่อการดูแล
                  อย่างครอบคลุมในบริการสุขภาพ ผู้ป่วยร้อยละ 77.50 รายงานว่ารับประทานอาหารและนอนหลับได้ดีขึ้น

                  ร้อยละ 65.00 รู้สึกมีพลังและอาการเวียนศีรษะลดลง ร้อยละ 22.50 แสดงความรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องกินยา
                  หลายรายการเหมือนเดิม สำหรับอาการไม่พึงประสงค์จากยา (Adverse Drug Reactions: ADRs) นั้น พบว่า

                  ก่อนการถอนยา ผู้ป่วยร้อยละ 35.00 รายงานว่าเคยมี ADRs ที่เกี่ยวข้องกับยา เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้

                  อ่อนแรง และเบื่ออาหาร แต่ภายหลังจากถอนยาแล้ว อัตราการเกิด ADRs ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 15.00
                  ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.049) นอกจากนี้ ยังพบว่า จำนวนรายการยาที่ผู้ป่วยได้รับลดลงอย่างมี

                  นัยสำคัญ จากค่าเฉลี่ยเดิม 7.1 รายการต่อราย เหลือเพียง 4.8 รายการต่อรายหลังการประเมินและถอนยา

                  (p < 0.001) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบในการลดภาระจาก polypharmacy ได้อย่างชัดเจน
   811   812   813   814   815   816   817   818   819   820   821