Page 651 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 651
N30
การประเมินความสมเหตุผลของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะในสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพ
โรงพยาบาลกันตัง จังหวัดตรัง
เภสัชกรหญิงกรรณิการ์ สงรักษา นายชยรักษ์ นาคช่วย และคณะ
โรงพยาบาลกันตัง จังหวัดตรัง เขตสุขภาพที่ 12
ประเภทวิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance; AMR) จัดเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพโลก
เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียได้พัฒนาตัวเองให้ดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจาก AMR ปีละประมาณ 1.27
ล้านคน หากไม่รีบแก้ปัญหา มีการคาดการณ์ว่าในปี 2593 จะทำให้มีผู้เสียชีวิตจาก AMR สูงถึง 10 ล้านคน
คิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 3,500 ล้านล้านบาท สำหรับประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตจาก AMR
ปีละประมาณ 38,000 ราย สูญเสียทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท และผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยามีโอกาส
เสียชีวิตสูงกว่า 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดเชื้อดื้อยา ปัจจุบันประเทศไทยจัดทำแผนปฏิบัติการ
ด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566-2570 เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการดื้อยา
ต้านจุลชีพภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน และจัดการปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพได้อย่างยั่งยืนภายใต้
แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว
โรงพยาบาลกันตังมีการประเมินความเหมาะสมในการสั่งใช้ยา amoxicillin + clavulanic acid
แบบ concurrent DUE และหากมีการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะที่ควบคุมกำหนดให้แพทย์กรอกใบประกอบการสั่งใช้
ที่ออกแบบโดยโรงพยาบาลแม่ข่ายโดยต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจากโรงพยาบาลแม่ข่าย มีแนวโน้มการสั่งใช้
ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากมีการรับกลับผู้ป่วยเพื่อให้ยาฉีดปฏิชีวนะต่อเนื่องจาก
25 รายเป็น 55 รายในปี 2566 มีผู้ป่วยติดเชื้อที่สงสัยดื้อยาเพิ่มขึ้น และมีการรับกลับผู้ป่วยที่ส่งต่อไปรักษา
โรงพยาบาลแม่ข่ายซึ่งมีผลการแจ้งผลเพาะเชื้อพบเชื้อดื้อยาตามหลัง จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้
โรงพยาบาลต้องสำรองยาปฏิชีวนะที่ควบคุมมากขึ้น และมีโอกาสเริ่มสั่งใช้มากขึ้น จากการทบทวนวรรณกรรม
พบมักมีการใช้ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างไม่เหมาะสม เช่น การศึกษาการประเมินการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพที่ต้อง
ใช้ใบประกอบการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดชัยภูมิ ของธัญญาพร
เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย พบความไม่เหมาะสมในการสั่งใช้ยาร้อยละ 36.91 ในประเด็น ใช้ยาไม่ตรงข้อบ่งใช้
ให้ยาร่วมกันโดยไม่จำเป็น ไม่ปรับยาตามการทำงานของไต และระยะเวลาในการให้ยาไม่เหมาะสม เป็นต้น
โรงพยาบาลจึงได้แต่งตั้งทีมพัฒนาการจัดการเชื้อดื้อยาแบบบูรณาการโดยมีอายุรแพทย์เป็นประธานและ
มีสหวิชาชีพเป็นกรรมการเพื่อวางระบบการจัดการเชื้อดื้อยาที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นเฝ้าระวัง
การแพร่กระจายของเชื้อและส่งเสริมให้เกิดการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มควบคุมอย่างเหมาะสม กำหนดรายการยา
ที่ต้องประเมินความเหมาะสมให้ครอบคลุมกับสถานการณ์ปัจจุบันให้ครอบคลุมจำนวน 7 รายการ เช่น
piperacillin-tazobactam, meropenem และ ertapenem โดยติดตามลักษณะการสั่งใช้ ความเหมาะสม
การใช้ยาด้านข้อบ่งใช้ ขนาดยา และระยะเวลาที่ใช้ยา
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อสร้างระบบกำกับประเมินการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับเชื้อดื้อยา
2. เพื่อประเมินความสมเหตุผลของการใช้ยาปฏิชีวนะที่กำหนด ด้านข้อบ่งใช้ ขนาดยา และระยะเวลา
ในการใช้ยา

