Page 674 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 674

O19


























                  ผลการศึกษา

                         1.เคสผู้ป่วยชายไทย อายุ 45 ปีเป็น STROKE (Rt.hemeplegia) ติดเตียงมา 4 ปี มีน้ำหนัก
                  123 กิโลกรัม BI แรกรับ = 5 ทีม CARE GIVER เข้าช่วยเหลือที่บ้าน โดยฝึกกำลังกล้ามเนื้อแบบมีแรงต้าน

                  ของแขนขาทั้ง 2 ข้าง ในท่านอน และท่านั่ง 30 นาที ร่วมกับการฝึกยืนวันละ 1 ชม. ด้วยเครื่องพยุงยืนไฟฟ้า

                  เป็นระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น BI = 7 ผู้ป่วยเริ่มเข้าบำบัดต่อที่ ศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ
                  วัดโตนด ผู้ป่วยเริ่มสามารถฝึกเดินในราวฝึกเดิน การฝึกเดินฝึกโดยนักกายภาพบำบัดประจำศูนย์ สัปดาห์ละ

                  2 วัน วันละ 2 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น ฝึกกำลังกล้ามเนื้อแบบใช้แรงต้าน ของแขนและขา ทั้ง 2 ข้าง ในท่านอน
                  และท่านั่ง 30 นาที ฝึกมือ 30 นาที และฝึกเดินในราว 1 ชั่วโมง หลังจากฝึก 3 เดือน ผู้ป่วยมี BI เพิ่มขึ้น

                  ปัจจุบัน BI=12 พร้อมกับการประสานฝึกกิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัดที่ โรงพยาบาลศิริราช

                  เป็นระยะเวลา 18 วัน ปัจจุบัน ผู้ป่วยสามารถเดินได้ด้วย WALKER เป็นระยะทาง 10 เมตร ใน 1 รอบการฝึก
                  ผู้ป่วยยังคงต้องมีการฝึกเดินต่อโดยนักกายภาพบำบัดเนื่องจากเป้าหมายการฝึกคือปรับปรุงคุณภาพการเดินให้

                  ดีขึ้น ทรงตัวได้ดี มีความปลอดภัย และวางแผนร่วมกันในทีมเพื่อส่งต่อศูนย์ดำรงชีพอิสระคนพิการ (ขึ้นตอน
                  การประสานต่อ)

                         2.เคสผู้ป่วยชายไทย อายุ 62 ปี ผ่าตัดกระดูกสันหลังที่คอ เป็นผู้ป่วยติดเตียงมา 2 ปี น้ำหนักตัว

                  50 kg.ใช้รุ่นไม่มีรอกไฟฟ้า BI แรกรับ =2 ทีม CARE GIVER เข้าช่วยเหลือ โดยฝึกยืนด้วยโครงพยุงยืนรุ่นไม่มี
                  รอกไฟฟ้า ครั้งละ 1 ชั่วโมง ความถี่ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 เดือนผู้ป่วยมีค่า BI ดีขึ้น BI=2 ต่อมา

                  ผู้ป่วยเริ่มฝึกเดินในราวฝึกเดินที่ศูนย์ฟื้นโดยนักกายภาพบำบัด 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปัจจุบัน BI=6

                  (ยังต้องฝึกเดินร่วมกับการฝึกยืนด้วยเครื่องพยุงยืนอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการเคลื่อนไหวและ
                  การทรงตัว )


                  อภิปรายผล
                         ผู้ป่วยระยะกลางหรือ intermediate care มีช่วงเวลาสำคัญ คือ 6 เดือน แรก ที่ต้องได้รับการฟื้นฟู

                  เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และครอบครัวเพื่อเป้าหมายในการกลับเข้าสู่ภาวะที่สามารถช่วยเหลือ
                  ตัวเองได้มากที่สุด และตัวชี้วัดคุณภาพของงาน IMC คือ Barthel index และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แต่ไม่ว่า

                  จะเป็นผู้ป่วยระยะใดการเคลื่อนไหวได้เป็นสิ่งที่ต้องฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนหากสามารถจะทำได้ ผู้ป่วยที่ติดเตียง
   669   670   671   672   673   674   675   676   677   678   679