Page 943 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 943
T48
และความรุนแรงของโรค การดูแลตนเอง การรับประทานอาหาร และความรู้สึกตัว 3.2) คู่มือการดูแลแบบ
ประคับประคองในผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่พัฒนาขึ้น เนื้อหาประกอบด้วย คำจำกัดความบทบาทหน้าที่ของทีม
สหสาขาวิชาชีพแนวทางการดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยในระยะสุดท้ายที่ครอบคลุมการดูแลทางร่างกาย
จิตใจ สังคม และจิตวิญาณ การวางแผนการจำหน่าย แนวทางการส่งต่อเพื่อการดูแลต่อเนื่องในชุมชน
และแนวทางการดูแลครอบครัวหลังผู้ป่วยเสียชีวิต 3.3) การจัดการอาการปวดและบรรเทาความทุกข์ทรมาน
โดยจัดทำแนวทางการประเมินความปวดและการจัดการอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมีแนวทาง
การจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการปวดทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลและชุมชน 3.4) การสนับสนุนการดูแลทั้งในระยะ
แรกรับและจำหน่ายกลับบ้าน จัดการดูแลต่อเนื่อง มีการเตรียมและวางแผนการจำหน่ายส่งต่อข้อมูลผ่านศูนย์
ดูแลต่อเนื่อง การสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เช่นเครื่องให้ยาต่อเนื่อง
ทางใต้ผิวหนัง (Syringe driver) เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เป็นต้น มีการฝึกทักษะ
การใช้อุปกรณ์ กำหนดแนวทางในการยืมและส่งคืนอุปกรณ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายขยายเครือข่ายการดูแล
สู่โรงพยาบาลชุมชน กำหนดเกณฑ์ในการเยี่ยมบ้านเพื่อการดูแลต่อเนื่องโดยพยาบาลประคับประคองในชุมชน
พื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแล และมีช่องทางติดต่อกับพยาบาลประคับประคองทางไลน์ - โทรศัพท์
เพื่อประสานทีมสหสาขาวิชาชีพ ร่วมดูแลในกรณีผู้ป่วยมีปัญหายุ่งยากซับซ้อนและไปร่วมงานสวดพระอธิธรรม/
หรือพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณี ตามความประสงค์ของผู้ป่วยและญาติ
4. การติดตามและประเมินผลลัพธ์การดูแลต่อเนื่องในชุมชน มีระบบการประสานการส่งต่อเครือข่าย
เยี่ยมบ้านที่ชัดเจน มีการรับปรึกษาที่สะดวกและเข้าถึงบริการ มีการติดเยี่ยมครอบครัวหลังผู้ป่วยเสียชีวิต
(Bereavement care) พบว่า บุคลากรในพื้นที่มีข้อจำกัดไม่สามารถออกติดตามเยี่ยมได้ทันตามแนวทาง
ที่กำหนดไว้ จึงใช้โทรศัพท์ติดตามและประเมินความพึงพอใจผู้แลหลักต่อระบบการดูแลผลลัพธ์ของการดูแล
ตามคู่มือการพัฒนาระบบการดูแลพระภิกษุแบบประคับประคองในผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรงพยาบาลยโสธร
มีดังนี้ คือ ข้อมูล ผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่าง มีอายุอยู่ในช่วง 50 - 82 ปีอายุเฉลี่ย 62.4 ส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งระยะท้าย
ได้แก่ มะเร็งตับระยะท้าย มะเร็งลำไส้ คะแนน PPS อยู่ระหว่าง 40 - 60% พบมากถึงร้อยละ 70% ผลลัพธ์
การดูแลฯ ดังนี้
1. ผลลัพธ์ด้านผู้ป่วยได้แก่ 1) การจัดการความปวดและทุกข์ทรมาน พบว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบ
องค์รวมมากขึ้น มีอาการปวดลดลงจากระดับรุนแรงมากอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 80.1 2) การจัดการด้าน
จิตใจสังคมและจิตวิญญาณพบว่าส่วนใหญ่มีเครียด และ กังวลใจเกี่ยวกับการเจ็บป่วย การรักษา
และการตัดสินใจเพื่อพิจารณาทางเลือกในการรักษา การเข้าถึงแหล่งประโยชน์ในการสนับสนุนเครื่องมือ
และอุปกรณ์หลังการนำรูปแบบไปใช้พบว่า เมื่อได้มีโอกาสเล่าระบายความรู้สึก ซักถามสิ่งที่สงสัย ได้รับทราบ
ข้อมูลได้รับคำแนะนำ และการดูแลช่วยเหลือตามความต้องการหรือ/ตามที่มีสิ่งค้างคาใจให้สำเร็จ พบว่า
มีเครียดและความกังวลใจลดลงร้อยละ 88.5
2. ผลลัพธ์ด้าน ผู้ให้บริการ จากการสนทนากลุ่ม พบว่าหลังการนำรูปแบบไปใช้ในการดูแล
ทีมผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีทัศนคติทางบวกต่อระบบการดูแลพระภิกษุแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย
มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติมากขึ้น แม้ว่าบางส่วนยังมีข้อจำกัดเรื่องการขาดอัตรากำลัง
การกำหนดบทบาทหน้าที่หลากหลายบริบท จึงปฏิบัติตามแนวทางการดูแล ฯได้ไม่ครอบคลุม ส่วนใหญ่

