Page 290 - Best practice_Oral2024 (อัพเดต)
P. 290
G31
2.3 มีการติดสติกเกอร์ผู้ป่วยห้ามใช้ยาวาร์ฟาริน ห้ามฉีดยา IM ระมัดระวังการใช้ยา NSAIDs
3.ผู้ป่วยที่มีค่า INR นอกช่วง ได้รับการเยี่ยมบ้าน เพื่อค้นหาปัญหาจากการใช้ยา
พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกมา 30 คน เป็นชาย 15 คน หญิง 15 คน แบ่งช่วงอายุ น้อยกว่า 50 ปี 2 คน ช่วง
51-60 ปี 2 คน ช่วง 61-70 ปี 5 คน อายุ มากกว่า 71 ปี 21 คน โดยเป็นผู้ป่วยที่มีค่า INR มากกว่า 3 22 คน
INR น้อยกว่า 2 8 คน ปัญหาที่พบจากการเยี่ยมบ้านที่ทำให้ค่า INR อยู่นอกช่วงการรักษามีดังต่อไปนี้
ลำดับ สาเหตุ จำนวน (คน)
1 Drug-food interaction 15
2 Drug-drug interaction 7
3 ไม่มีปัญหาการรับประทานยา 6
4 อื่นๆ 2
ผลลัพธ์หลังการเยี่ยมบ้านเมื่อเปรียบเทียบค่า INR ก่อนและหลังเยี่ยมบ้าน
การทดสอบการกระจายของค่า INR ก่อนและหลังการเยี่ยมบ้าน
ผลการทดสอบการกระจายของค่า INR ก่อนและหลังการเยี่ยมบ้าน พบว่า p-value น้อยกว่า 0.05
ทั้งก่อนและหลังเยี่ยมบ้าน แสดงว่าการกระจายของค่า INR ก่อนและหลังการเยี่ยมบ้านไม่ได้มีการแจกแจงแบบ
โค้งปกติ ดังนั้นต้องใช้สถิติ Wilcoxon signed-ranks test การทดสอบแตกต่างของ INR ก่อนและหลังเยี่ยม
บ้านโดยสถิติ Wilcoxon signed-ranks test
ผลการทดสอบแตกต่างของ INR ก่อนและหลังเยี่ยมบ้าน เนื่องจากทดสอบพบว่า p-value มีค่า <
0.001 แสดงว่า ค่า INR ก่อนและหลังเยี่ยมบ้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปว่า การเยี่ยมบ้าน
ผู้ป่วยมีผลทำให้ค่า INR ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ตารางแสดงการทดสอบแตกต่างของ INR ก่อนและหลังเยี่ยมบ้าน
ก่อนการเยี่ยมบ้าน หลังการเยี่ยมบ้าน p-value
INR (median, IQR) 3.26 (3.53, 3.3) 2.09 (1.85,2.67) <0.001
4.เครือข่าย อสม.มีส่วนร่วมในการออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวาร์ฟารริน แบบสหวิชาชีพ
กระบวนการในการกระตุ้นให้ อสม.มีส่วนร่วมในการออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวาร์ฟารินคือ เชิญ อสม.ของ
แต่ละ รพ.สต.เข้ามาชี้แจงโครงการและอธิบายวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน ให้ความรู้กับอสม.ที่จะดำเนินงาน
เยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ทั้ง 21 รพ.สต. โดยพบว่า มี อสม. 5 รพ.สต.ที่จะเป็น อสม.นำร่องในการร่วม
ออกเยี่ยมบ้าน คือ รพ.สต.ที่ยังอยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ รพ.สต.โพธิ์ชัย รพ.สต.รังแร้ง รพ.สต.
หนองแคน รพ.สต.โคกจาน และรพ.สต.น้ำท่วม
5. อภิปรายผล