Page 285 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 285
F10
พัฒนาทักษะการอ่านและแปลผล EFM ในระยะคลอด
ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลอ่างทอง
นางสาวอัจฉรา แก้วสิน และคณะ
โรงพยาบาลอ่างทอง เขตสุขภาพที่ 4
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ปัจจุบันมีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพทารกในครรภ์ (Electronic Fetal
Monitoring ; EFM) เป็นที่แพร่หลายและเป็นมาตรฐานในการดูแลสตรีตั้งครรภ์โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทารก
ในครรภ์คลอดออกมาอย่างปลอดภัยไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์
ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทารกแรกเกิดการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพทารกในครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพและ
ให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วสามารถป้องกันภาวะทุพพลภาพ และการตายปริกำเนิดของทารกได้
พยาบาลวิชาชีพห้องคลอดมีบทบาทสำคัญในการดูแลมารดาและทารกในระยะคลอด จึงจำเป็นต้องมีความรู้
ความเข้าใจ มีทักษะการอ่านและแปลผล EFM ในระยะคลอดได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจน
ที่ทารกสามารถสื่อสารผ่านมาทางเส้นกราฟเพื่อให้การพยาบาลเบื้องต้น และรายงานแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือก
ที่เหมาะสมในการช่วยคลอดอย่างทันท่วงที
จากสถิติงานห้องคลอด โรงพยาบาลอ่างทอง ปี 2565-2567 จำนวนผู้คลอด 1,359, 1,309 และ 1,187 ราย
ตามลำดับ พบอัตราทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน 25.75, 31.30, 26.03 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ ตามลำดับ
สาเหตุของการขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด เกิดจากปัจจัยทางมารดา มีภาวะแทรกซ้อนก่อนคลอด
ปัจจัยจากการคลอด/การทำคลอด เช่น การคลอดโดยใช้หัตถการช่วยคลอด การคลอดติดไหล่ ปัจจัยจากตัวเด็ก
เช่น คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ และไม่ทราบสาเหตุ กลุ่มงานสูติ-
นรีเวชกรรม ได้มีการทบทวนและพัฒนาคุณภาพในการดูแลมารดา เพื่อลดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดมาอย่าง
ต่อเนื่อง โดยปรับปรุงระบบการดูแลเพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้เร็วขึ้น
โดยการติด EFM ในหญิงตั้งครรภ์ที่รับใหม่ทุกราย และ Continuous EFM ในระยะ Active phase
และทุกรายที่ได้รับ Oxytocin หรือ Cytotec จนคลอดทุกราย เพื่อเฝ้าระวังภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์
ถ้าพบผิดปกติให้รายงานแพทย์ทราบทันที และให้การช่วยเหลือโดยการทำ Intrauterine resuscitation
จากการทบทวน ปี 2560 พบอุบัติการณ์ การแปลผล EFM ผิดพลาด ทำให้รายงานแพทย์ล่าช้า 3 ครั้ง
ส่งผลให้ทารกแรกเกิดมีภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ รายที่ 1 มารดารอคลอดระยะ
Active phase ย้ายเข้าห้องคลอด สังเกตอาการ EFM มี Recurrent Variable deceleration ช่วงใกล้คลอด
ไม่ได้รายงานหัวหน้าเวรทราบ ทารกคลอดปกติ มีภาวะ Birth Asphyxia ย้าย NICU รายที่ 2 มารดารอคลอด
ระยะ Latent phase ติด EFM มี Minimal variability แพทย์ประเมินอาการ เจาะถุงน้ำคร่ำ พบมี
Thick meconium stained แพทย์ผ่าตัดคลอด ทารกย้าย NICU รายที่ 3 มารดาเจ็บครรภ์ แรกรับพยาบาล

