Page 613 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 613
N23
o อัตราความไวของเชื้อแกรมลบต่อยาคาร์บาพีเนม โดยติดตามในเชื้อ Escherichia coli (EC),
Klebsiella pneumoniae (KP), Pseudomonas aeruginosa (PA) และ Acinetobacter baumannii
(AB) จากรายงาน antibiogram รพ.สกลนคร
3. การดำเนินงาน:
o ทีมสหสาขาวิชาชีพร่วมกันดำเนินงาน ประกอบด้วยอายุรแพทย์โรคติดเชื้อ เภสัชกร พยาบาล
และนักจุลชีววิทยา
o มีการประเมินความเหมาะสมในการสั่งใช้ยา และให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการรักษา
ตามความเหมาะสม
ภาพที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนม ต่อความไวของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบที่ทำการศึกษา
ผลการศึกษา
1. ปริมาณการใช้ยา : ปริมาณการใช้ยาคาร์บาพีเนม มีแนวโน้มสูงขึ้นแบบเป็นรอบ ในช่วงปี 2015 ถึง
2017 และช่วงปี 2018 ถึง 2021 โดยมีการลดลงอย่างมากในปี 2018 และปี 2022 แต่เกิดแนวโน้มลดลงอย่าง
ต่อเนื่องในช่วง 2021 ถึง 2024 ซึ่งมีการดำเนินการควบคุมการใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนมด้วยการใช้แบบประเมิน
ความเหมาะสมในการใช้ยา (DUE) ร่วมกับมาตรการ auto stop อย่างเข้มงวด
2. ความไวของเชื้อต่อยา
Escherichia coli (EC) มีความไวต่อยากลุ่มคาร์บาพีเนมในระดับสูง (ประมาณร้อยละ 95-100) ตลอด
ช่วงการศึกษา Klebsiella pnemoniae (KP) มีความไวต่อยากลุ่มคาร์บาพีเนม ร้อยละ 100 ในปี 2015 และ
มีแนวโน้มความไวที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมีความไวที่ร้อยละ 80 ในปี 2024 Pseudomonas aeruginosa
(PA) มีความผันผวนของความไวต่อ Meropenem ระหว่างร้อยละ 70-90 โดยมีจุดต่ำสุดในปี 2021
Acinetobacter baumannii (AB) มีความไวต่อ Meropenem ต่ำที่สุดในกลุ่มเชื้อที่ศึกษา (ประมาณร้อยละ
20-40) และมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในช่วงปี 2021-2022

