Page 612 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 612
N22
ผลการดำเนินงานการควบคุมการใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนม โรงพยาบาลสกลนคร
นายนพดล กิตติวราฤทธิ์
โรงพยาบาลสกลนคร เขตสุขภาพที่ 8
ประเภทวิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มคาร์บาพีเนมอย่างไม่เหมาะสม เป็นปัญหาสำคัญที่นำไปสู่การเกิดเชื้อดื้อยา
โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-negative bacteria: GNB) ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ
การรักษา อัตราการเสียชีวิต ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ยาก
ลุ่มคาร์บาพีเนม ถูกจัดเป็นยาปฏิชีวนะสงวนลำดับท้าย (last-line antibiotics) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการ
รักษาการติดเชื้อรุนแรง การควบคุมการใช้ยากลุ่มนี้อย่างเหมาะสม จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมการเกิด
เชื้อดื้อยาและรักษาประสิทธิภาพของยาให้คงอยู่ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการพัฒนายาปฏิชีวนะ
ชนิดใหม่เกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับการพัฒนายาในกลุ่มอื่น
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อประเมินผลของการดำเนินมาตรการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มคาร์บาพีเนม
(Meropenem และ Ertapenem) ในโรงพยาบาลสกลนคร ระหว่างปี 2021 - 2024
2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการใช้ยาคาร์บาพีเนมกับอัตราความไวของเชื้อแบคทีเรียแก
รมลบที่ทำการศึกษา
วิธีการศึกษา
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสังเกตแบบย้อนหลัง (retrospective observational study) โดย
ดำเนินการที่โรงพยาบาลสกลนคร ศึกษาข้อมูลในช่วงปีคริสต์ศักราช 2015 ถึง 2024 มีวิธีการดังนี้
1. การกำหนดนโยบายควบคุมการสั่งใช้ยา:
o กำหนดให้แพทย์มีการเขียนใบประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา Drug Use Evaluation
(DUE) ทุกครั้งที่มีการสั่งใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนม ได้แก่ Meropenem และ Ertapenem
o อนุญาตให้ใช้เป็น Empiric therapy ได้ใน 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นต้องมีการเขียนใบ
DUE สำหรับใช้ยาทุก 7 วัน หรือ 14 วัน หรือ 21 วัน
o ใช้มาตรการ auto stop โดยกำหนดให้ส่งใบ DUE ทุก 7 วัน โดยกำหนดให้ขออนุมัติเห็นชอบ
ในการใช้ยาต่อ ผ่านแพทย์อายุรกรรม ในรอบ 14 วัน หรือ 21 วัน หากไม่มีการส่งใบ DUE จะมีการหยุดการ
จ่ายยาโดยอัตโนมัติ
2. การเก็บข้อมูล:
o ปริมาณการใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนม ได้แก่ Meropenem และ Ertapenem คำนวณเป็น
DDD (Defined Daily Dose) ต่อ 100 วันนอน (Bed Occupancy Days: BOD)

