Page 616 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 616
N26
ตารางที่ 1 แสดงข้อมูลผลการเพาะเชื้อก่อนมีมาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสม
เปรียบเทียบกับช่วงหลังมีมาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ
ผลการส่งเพาะเชื้อ ก่อนมีมาตรการ หลังมีมาตรการ P-value
(ตัวอย่าง) 1 พ.ค. – 31 ธ.ค. 1 พ.ค. – 31 ธ.ค.
66 67
ไม่มีเชื้อเจริญ (No growth) 763 (12.6) 655 (11.4) 0.051
เชื้อประจำถิ่น (Normal 2,388 (39.5) 1,300 (22.7) < 0.001
flora)
เชื้อก่อโรค (Pathogens) 2,899 (47.9) 3,777 (65.9) < 0.001
รวม 6,050 5,732
หลังจากมีมาตรการพบว่า เพิ่มอัตราการพบเชื้อก่อโรคมากขึ้น (เดิมร้อยละ 47.9 เป็นร้อยละ 65.9)
และพบเชื้อประจำถิ่นลดลง (เดิมร้อยละ 39.5 เป็นร้อยละ 22.7) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เมื่อศึกษาถึงชนิดของเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่เจริญพบว่า สัดส่วนของเชื้อดื้อยา (Multidrug-resistant
bacteria, MDR) ลดลงเมื่อมีมาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ดังตารางที่ 2
ตารางที่ 2 แสดงข้อมูลแบคทีเรียดื้อยาแต่ละชนิดที่แยกได้จากการเพาะเชื้อ เปรียบเทียบช่วงก่อนและ
หลังมีมาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสม
จำนวนเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ก่อนมีมาตรการ หลังมีมาตรการ
Non-MDR bacteria 2,089 (60.3) 3,028 (61.5)
MDR bacteria 1,378 (39.6) 1,892 (38.5)
Carbapenem-resistant organisms 1,125 (32.5) 1,453 (29.5)
(CRO)
Carbapenem-resistant 863 (24.89) 1,124 (22.85)
Acinetobacter baumannii (CRAB)
Carbapenem Resistant 179 (5.2) 200 (4.1)
Enterobacteriaceae (CRE)
รวม 3,467 4,920
อภิปรายผล
ก่อนการใช้มาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสมตัวอย่างเสมหะที่ได้รับจะถูกนำไปเพาะเชื้อทันที
โดยไม่ผ่านการประเมินคุณภาพ กรณีพบการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบนอาหารเลี้ยงเชื้อจะทำการระบุชนิดเชื้อ
และตรวจความไวต่อยา ภายหลังจากเริ่มใช้มาตรการ ห้องปฏิบัติการดำเนินการย้อมตัวอย่างเสมหะทุกชิ้นก่อน
เพาะเชื้อ เพื่อประเมินคุณภาพ โดยใช้เกณฑ์ดังนี้ คุณภาพดี พบว่า PMN:SPEC ≥ 10:1 และ SPEC < 25/LPF
→ ดำเนินการเพาะเชื้อต่อ หากพบว่าคุณภาพไม่เหมาะสมคือ PMN:SPEC < 10:1 และ SPEC > 25/LPF
→ ปฏิเสธตัวอย่าง และแจ้งให้เก็บใหม่ เมื่อศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังในช่วงก่อนและหลังมีมาตรการ

