Page 618 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 618
N28
ผลของการมีเภสัชกรร่วมในโปรแกรมส่งเสริมและกำกับการใช้ยา meropenem
อย่างสมเหตุผล หอผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
Effects of Pharmacist Participation in an Antimicrobial Stewardship Program
on Rational Meropenem Use in The Surgical Wards
at Maharaj Nakhon Si Thammarat Hospital
เภสัชกรหญิงศศิธร กิจไพบูลย์ทวี
กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เขตสุขภาพที่ 11
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ปัจจุบันเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะมีความรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยได้จัดทำแผน
ยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งประเทศไทย พ.ศ.2560 - 2564 และแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยา
ต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ 2566-2570 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างบูรณาการ
Meropenem เป็นยาที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อได้กว้าง หากใช้เกินความจำเป็น จะส่งผลต่อการเกิด
เชื้อดื้อยาได้ จากผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564
เป็นต้นมา พบปริมาณการใช้และอัตราการขออนุมัติใช้ยานานกว่า 7 วัน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พบ
ปัญหาเภสัชบำบัด (Drug Therapy Problems, DTP) เช่น ความไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การสั่งใช้ ทั้งในด้าน
1) ข้อบ่งใช้ 2) ขนาดและวิธีบริหารยา ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลนศาสตร์
เพื่อกำหนดขนาดและวิธีการบริหารยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะราย 3) การใช้ยาที่นานเกินจำเป็น 4) ใช้ยา
ซ้ำซ้อนหรือมีอันตรกิริยาระหว่างยา 5) ขาดการติดตามอาการไม่พึงประสงค์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ไม่บรรลุ
เป้าหมายการรักษาหรือเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา เพิ่มความเสี่ยงต่อเชื้อดื้อยา โดยเฉพาะ
carbapenem resistance gram negative bacteria ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลกในปัจจุบัน
การมีส่วนร่วมของเภสัชกรในโปรแกรมส่งเสริมและกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล
(antimicrobial stewardship program, ASP) เพื่อประเมินและทบทวนคำสั่งใช้ยา วินิจฉัยปัญหาเภสัชบำบัด
ให้ข้อเสนอแนะภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ ประสานความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง น่าจะช่วยป้องกัน
หรือแก้ไขปัญหาเภสัชบำบัด เพิ่มความเหมาะสม ความปลอดภัยของแผนการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ
ลดปริมาณและระยะเวลาการใช้ยาต้านจุลชีพที่เกินจำเป็นลง ส่งผลลดหรือชะลอการดื้อยาได้ในอนาคต
อันสนองวัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (service plan) สาขาการป้องกัน
และควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา โรงพยาบาลได้ปรับแนวทางการดำเนินงาน ASP โดยจัดให้มีการ
ทบทวนการใช้ยาและการให้ความเห็น (prospective audit and feedback) โดยเภสัชกร ภายใน 3 วันแรก
ของการใช้ยา meropenem เพิ่มเติมจากแนวทางการดำเนินงานเดิมซึ่งจะทบทวนการใช้ยาและให้ความเห็น
โดยอายุรแพทย์โรคติดเชื้อเมื่อมีการใช้ยานานกว่า 7 วัน โดยนำร่องในหอผู้ป่วยผู้ใหญ่แผนกศัลยกรรม
โดยในช่วง 1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566 ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการ เพื่อให้ได้รูปแบบการ
ดำเนินงานที่เหมาะสม รวมถึงการจัดทำ “คู่มือการบริบาลเภสัชกรรมร่วมประเมินและทบทวนการใช้ยา

