Page 614 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 614

N24

                      3.ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาและความไวของเชื้อ

                        เชื้อ EC มีความไวต่อยากลุ่มคาร์บาพีเนมในระดับสูง แม้จะมีการใช้ยาในปริมาณที่แตกต่างกัน  เชื้อ
                  KP มีแนวโน้มความไวต่อยากลุ่มคาร์บาพีเนมลดลงในแต่ละปี สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่พบว่ามีการ

                  เพิ่มขึ้นของเชื้อ KP ที่สร้างเอนไซม์ carbapenemase ส่วนเชื้อ PA และ AB มีความไวต่อยา Meropenem

                  ลดลง ในช่วงที่มีการใช้ Meropenem สูงสุด (ปี 2021) และเมื่อเริ่มดำเนินการควบคุมการใช้ยากลุ่มคาร์บา
                  พีเนมอย่างเข้มงวด (2021-2024) พบว่าอัตราการใช้ยากลุ่มคาร์บาพีเนมลดลงอย่างชัดเจน ในขณะที่แนวโน้ม

                  ความไวเชื้อแบคทีเรียที่ศึกษายังไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

                  อภิปรายผล

                     มาตรการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มคาร์บาพีเนมของโรงพยาบาลสกลนคร ประสบความสำเร็จในการ
                  ลดปริมาณการใช้ยาลงอย่างชัดเจน ในช่วงปี 2021-2024 เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ดังนี้

                             1.  ความเข้มงวดของระบบอนุมัติการใช้ยา : การกำหนดให้มีการเขียนใบ DUE และการใช้ระบบ

                         auto stop อย่างเคร่งครัด ทำให้แพทย์ต้องพิจารณาความจำเป็นในการใช้ยาอย่างรอบคอบมากขึ้น
                             2.  การมีส่วนร่วมของทีมสหสาขาวิชาชีพ : ทีมงานที่มีผู้นำโดย อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ และ

                         ทีมงาน ได้แก่ เภสัชกร พยาบาลและนักจุลชีววิทยา สร้างให้มีการดำเนินการที่ต่อเนื่องจริงจัง
                             3.  การสร้างความตระหนัก : ถึงปัญหาเชื้อดื้อยาและความสำคัญของการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

                  ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการใช้ยาและความไวของเชื้อต่อยาแสดงให้เห็นว่า:

                      แม้จะมีการควบคุมการใช้ยาอย่างเข้มงวด แต่ความไวของเชื้อ AB ต่อ Meropenem ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
                  (น้อยกว่าร้อยละ 40) ตลอดช่วงการศึกษา แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการกับเชื้อดื้อยาชนิดนี้ และ

                  ความจำเป็นในการพัฒนากลยุทธ์การรักษาทางเลือกอื่น

                  สรุปและข้อเสนอแนะ

                         การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า มาตรการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มคาร์บาพีเนมของโรงพยาบาล

                  สกลนครสามารถลดปริมาณการใช้ยาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีผลทางบวกต่อแนวโน้มความไวของเชื้อต่อยา
                  ในระยะยาว ดังนั้น การรักษาประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าว  อาจนำไปสู่การชะลอการเกิดเชื้อดื้อยาและ

                  ยืดอายุการใช้งานของยากลุ่มคาร์บาพีเนมได้นานขึ้น โดยมีข้อเสนอแนะ ในการพัฒนาต่อไป ดังนี้

                         1. การพัฒนาระบบสารสนเทศ : เพื่อช่วยในการติดตามและประเมินการใช้ยาคาร์บาพีเนมแบบ real-
                  time เพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                         2. การขยายมาตรการไปยังยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น : ยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นที่มีความสำคัญ เช่น Colistin,
                  Tigecycline เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยาในวงกว้าง

                         3. การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา : สร้างระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตาม

                  การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความไวของเชื้อและปรับกลยุทธ์การควบคุม ให้ทันกับสถานการณ์
                         การศึกษานี้เน้นย้ำความสำคัญของการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม โดยการมีส่วนร่วม

                  ของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดการปัญหาเชื้อดื้อยาอย่างยั่งยืน และเป็นแบบอย่างที่
                  สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลอื่นๆ ได้ต่อไป
   609   610   611   612   613   614   615   616   617   618   619