Page 617 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 617
N27
ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสม พบว่าภายหลังมีตัวอย่างตรวจเพาะเชื้อลดลง เนื่องจากได้มีการปฏิเสธเสมหะที่
ไม่ได้คุณภาพออกไป จากผลเพาะเชื้อพบเชื้อก่อโรคเพิ่มมากขึ้น จากร้อยละ 47.9 เป็น 65.9 และพบเชื้อ
ประจำถิ่นลดลง จากร้อยละ 39.5 เป็น 22.7 และเมื่อจำแนกตามชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่พบ เปรียบเทียบ
ระหว่างช่วงก่อนและหลังมีมาตรการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ พบว่าอัตราการพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยา (MDR) เชื้อกลุ่ม
Enterobacteriaceae ที่ดื้อต่อยากลุ่ม Carbapenems (CRE) และเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยากลุ่ม carbapenem
อย่างน้อยหนึ่งชนิด (CRO) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญดังนั้นการมีมาตรการและระบบปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ทำให้ลด
กระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น และทำให้ได้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติที่เป็นเชื้อก่อโรคจริง นำไปสู่การใช้ยาต้าน
จุลชีพอย่างเหมาะสมส่งเสริมงานด้าน RDU-AMR ได้จริง ประหยัดงบประมาณทั้งค่าตรวจ ค่ายา และภาระงาน
ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำให้การสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการมีประสิทธิภาพและสมเหตุสมผลมากขึ้น
(Rational Laboratory Use, RLU)
สรุปและข้อเสนอแนะ
การปฏิเสธการเพาะเชื้อจากเสมหะที่ไม่เหมาะสมเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดการใช้ยา
ต้านจุลชีพอย่างไม่จำเป็น และช่วยป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลได้อย่างยั่งยืน ควรมีการให้ความรู้
กับทีมแพทย์และพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และขยายแนวทางนี้ไปยังการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ เพื่อ
ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล

