Page 193 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 193
D21
ปัญหาที่พบ : ไม่มีการปั๊มตราปั๊มการคัดกรองในกรณีผู้ป่วยน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม อายุครรภ์
น้อยกว่า 32 สัปดาห์ ที่มีการตรวจคัดกรองเพิ่มเติม ส่งผลให้การตรวจในรอบถัดไปไม่ถูกการส่งต่อ ผู้ป่วยจึง
ไม่ได้ตรวจตามนัดหรือตามเกณฑ์
- ครั้งที่ 3 เพิ่มช่องการตรวจ Newborn Screening เข้ามาในคอลัมน์ทางด้านขวาของกระดาษ
ประกอบด้วย IEM&TSH screening, การคัดกรองโรคหัวใจ, การตรวจการได้ยิน (OAE), ROP screening, IVH
screening รวมถึงการให้วัคซีน
3. หลังปรับปรุง นำสู่การใช้งานอย่างต่อเนื่องและขยายผลหอผู้ป่วยข้างเคียง
4. ประเมินผล
ผลการศึกษา
1. หลังการใช้แบบฟอร์มดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องเฉพาะราย บุคลากรเกิดความพึงพอใจ ร้อยละ 100
เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยที่สำคัญทั้งหมดสรุปอยู่ในหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ใช้สื่อสารและส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย
เมื่อเปลี่ยนทีมดูแลให้เข้าใจผู้ป่วยรายนั้นได้ภายในเวลาอันสั้น ลดระยะเวลาในการส่งต่อข้อมูล ข้อมูลในการส่งต่อ
ครบถ้วน และหากข้อมูลที่บันทึกผิดพลาด เมื่อมีการส่งต่อข้อมูลในทีมถัดมา จะมีการตรวจสอบและแก้ไข
ให้ถูกต้อง ดักจับความเสี่ยงก่อนจะเกิดขึ้นได้
2. สามารถส่งต่อข้อมูลได้ในกรณีแพทย์ต้องใช้เวชระเบียนตรวจผู้ป่วยเวลาเดียวกับเปลี่ยนทีมดูแล
และสามารถนำแบบฟอร์มนี้รายงานประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยกับสหสาขาวิชาชีพหรือผู้ปกครองได้
3. ทารกแรกเกิดได้รับการตรวจคัดกรองตามอายุครรภ์ และได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ ดังนี้
- อัตราการตรวจคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมและตรวจอัลตราซาวด์สมองในทารกอายุครรภ์
น้อยกว่า 32 สัปดาห์ และน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ร้อยละ 100
- อัตราการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในทารกแรกเกิด ร้อยละ 100
- อัตราการตรวจคัดกรองโรคกลุ่มพันธุกรรมเมตาบอลิกและภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิด
(IEM&TSH screening) ร้อยละ 100
- อัตราการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด ร้อยละ 100
อภิปรายผล
บทบาทของพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ป่วยแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลตั้งแต่รับใหม่ รับย้าย ขณะรับ
การรักษาในโรงพยาบาล ต้องครบถ้วน ถูกต้อง การส่งต่อข้อมูลที่เป็นข้อมูลเดียวกัน ไม่ผิดพลาด เพื่อให้เกิด
การดูแลต่อเนื่องขณะอยู่โรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหน้าที่หลักทางคลินิกของพยาบาล
วิชาชีพ (7 Aspect of Care) ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของพยาบาลวิชาชีพที่ ใช้ในการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการบริการ
ตามมาตรฐานวิชาชีพ ให้มีความปลอดภัย สร้างความพึงพอใจ และเป็นการป้องการการถูกร้องเรียนจาก
การปฏิบัติการพยาบาล จากการพัฒนาแบบฟอร์มดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องเฉพาะรายนี้ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแล
อย่างครบถ้วน และถูกต้อง จากการใช้งานแบบฟอร์มพบว่าช่วยลดระยะเวลาในการส่งต่อข้อมูล ข้อมูลครบถ้วน
ทารกได้ตรวจคัดกรองตามวันและเวลาที่กำหนด และเกิดความพึงพอใจของผู้ใช้งาน
สรุปและข้อเสนอแนะ
สามารถขยายผลใช้ในหน่วยงานที่ให้บริการทารกแรกเกิด ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยทารกแรกเกิดและ
ครอบครัวได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และสามารถนำไปสร้างฟอร์มในรูปแบบดิจิทัลต่อไป

